ทำไมกินโปรตีน แล้วน้ำหนักไม่ลง

คุณใช่ไหมที่ออกกำลังกายก็ออกแล้ว อาหารก็คุมแล้ว โปรตีนก็กินถึงเกณฑ์แล้ว แต่ทำไมน้ำหนักไม่ลง แถมบางคนยังน้ำหนักยิ่งเพิ่มมากขึ้น เรื่องนี้เกิดจากสาเหตุอะไร เรามาไขคำตอบไปพร้อมกัน

การลดน้ำหนักคืออะไร

การลดน้ำหนัก คือการลดน้ำหนักตัวของคุณให้ลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ ซึ่งการลดน้ำหนักมีมากมายหลากหลายวิธี เช่น ออกกำลังกาย ลดการกินแป้ง ลดมื้ออาหาร เรียกได้ว่าสารพัดวิธีการลดน้ำหนัก แต่วิธีการลดน้ำหนักที่ได้สุขภาพมาด้วย คือการควบคุมอาหาร คำนวนปริมาณแคลอรีอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการกินโปรตีนในสัดส่วนที่พอเหมาะ พักผ่อนให้เพียงพอและที่ขาดไม่ได้เลยคือการออกกำลังกาย เพื่อกระชับสัดส่วนไปด้วยนั่นเอง

กลับมาที่คำถามทำไมออกกำลังกาย คุมอาหาร กินโปรตีนตามเกณฑ์ แต่ทำไมน้ำหนักยังไม่ลง แถมบางคนยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยด้วย?

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เราเรียกว่า Body Recomposition คือ กระบวนการที่ร่างกายสร้างมวลกล้ามเนื้อมากขึ้นและมีไขมันในร่างกายน้อยลง ผลที่ได้คือสัดส่วนที่กระชับมากขึ้นแม้น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม

ถ้ายังไม่เห็นภาพขอให้นึกภาพเนื้อหมูสันใน 1 กก. จะพบว่าไขมันน้อยมาก ในขณะที่หมูสามชั้นแสนอร่อย 1 กก. จะเห็นชั้นไขมันชัดเจน นั่นแหละคือความแตกต่างที่เกิดขึ้นต่อน้ำหนักของคุณ

วิธีที่จะทำให้คุณเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน คือ การชั่งน้ำหนักบนเครื่องชั่งน้ำหนักที่สามารถบอกได้ว่ามวลกล้ามเนื้อคุณมีเท่าไหร่ แม้จะไม่แม่นยำ 100% แต่สามารถช่วยให้คุณรู้ได้ทันทีว่า “ฉันไม่ได้อ้วนขึ้น แต่กล้ามเนื้อฉันกำลังเพิ่มขึ้นต่างหาก”


ชั่งน้ำหนักตอนไหนดีที่สุด

ทุกเช้าหลังตื่นนอนและเข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว น้ำหนักที่ได้จะเป็นน้ำหนักตัวเปล่าจึงมีความเที่ยงตรงมากที่สุด แต่ถ้าให้ดีเครื่องที่ใช้ควรวัดมวลกล้ามเนื้อได้ด้วย เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างตลอดระยะเวลาในการลดน้ำหนัก เพิ่มกล้ามเนื้อ


แล้วการที่น้ำหนักขึ้นจากสาเหตุอื่นๆ มีอีกไหม

คำตอบคือ “มี” ไม่ว่าจะบวมน้ำจากโซเดียม รอบประจำเดือน ความเครียดและอีกหลากหลายเหตุผล ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจสาเหตุอาการบวมต่างๆ ที่ทำให้น้ำหนักของคุณสวิงขึ้นลงในในขณะที่กำลังลดน้ำหนักแบบคร่าวๆ กันเถอะ

อาการบวมน้ำ

เกิดจากการที่กินอาหารที่มี “โซเดียม” ในปริมาณที่เยอะ ไตจะทำการกักน้ำมากขึ้น สังเกตง่ายๆ หากคุณกดที่หน้าแข้ง ข้อเท้า หรือหลังเท้า เป็นระยะเวลา 5 วินาทีแล้วผิวหนังสามารถคืนตัวได้หรือรอยบุ๋มหายไปอย่างรวดเร็ว แสดงว่าไม่มีอาการบวมน้ำ แต่ถ้านานกว่านั้นแสดงว่าคุณมีอาการบวมน้ำ

ภาวะความเครียด

เมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน Cortisol หรือฮอร์โมนความเครียดออกมามากขึ้น ร่างกายจึงตอบสนองด้วยการกักเก็บน้ำ ทำให้ผู้หญิงหลายๆ คนมีอาการบวมน้ำ

นอกจากนี้ยังมีภาวะ Hit The Plateau หรือภาวะน้ำหนักนิ่ง เกิดจาก

1.การกินอาหารน้อยเกินไป หรือ low craft diet วิธีนี้อาจช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 10 กก. ในสองอาทิตย์ แต่น้ำหนักที่ลดลงเร็วเกินไปอาจทำให้เสี่ยงที่จะมีภาวะน้ำหนักค้างเร็วขึ้น รวมถึง Yoyo Effect อีกด้วย เพราะน้ำหนักที่ลดลงในช่วงแรก อาจจะเกิดจากการที่ร่างกายขับน้ำออกไป รวมถึงการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อด้วย ส่งผลให้หลังจากนั้นน้ำหนักของคุณจะแทบไม่ลดลงเลย

2.การกินอาหารที่ให้พลังงานน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการเผาผลาญใน 3 เดือน หรือ 90 วัน ระบบร่างกายจะมีการปรับตัวและเผาผลาญพลังงานน้อยลงเพื่อเอาชีวิตรอด เรียกง่ายๆว่า Safe Mode ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักนิ่งได้เหมือนกัน

ดังนั้นเราต้องทำความเข้าใจเรื่อง “โปรตีน” ใหม่

การกินโปรตีนมีส่วนช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟูร่างกาย แต่เราไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยการกินโปรตีนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องกินโปรตีนให้ถึงเกณฑ์ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคู่กับการออกกำลังกาย เช่น เวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อ และที่สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วย

สุดท้ายแม้น้ำหนักจะไม่ลดลง แต่สิ่งที่ได้ก็คือมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้น สัดส่วนกระชับหยิบจับเสื้อผ้าไซน์เก่ามาใส่ได้แบบสบายๆ ฉะนั้นคุณจึงไม่ควรโฟกัสเรื่องน้ำหนักที่ลดลงมากนัก แต่โฟกัสมวลกล้ามเนื้อและสุขภาพที่ดีขึ้นจะดีกว่านั่นเอง

1 จาก 4